ปลอดภัยขึ้น! คาร์ซีทในประเทศไทย ใช้มาตรฐานใหม่ ECE R129 (i-Size)

ปัจจุบัน คาร์ซีท (Car Seat) หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ทั้ง คาร์ซีทแรกเกิด คาร์ซีทเด็กโต บูสเตอร์ซีท มีเกณฑ์การทดสอบความปลอดภัยต่างกันและผ่านมาตรฐานมาจากหลายประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่า คาร์ซีทในประเทศไทย มีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทจะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้น 

ทั้งนี้ ยังมีประกาศเพิ่มข้อบังคับให้คาร์ซีทต้องผ่านการทดสอบการชนจากด้านข้างด้วย ซึ่งตรงกับข้อบังคับของ มาตรฐานคาร์ซีท R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด 

ก่อนคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกรัก แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดของ มาตรฐาน ECE R129 (i-Size) มาก่อน ว่าเพิ่มความปลอดภัยจุดไหนบ้าง เราจะพาไปทำความเข้าใจกันเลย 

คาร์ซีทในประเทศไทย ใช้มาตรฐานใหม่ ECE R129 (i-Size) 

จากเดิม ประกาศมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standards) ของคาร์ซีท จากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) จะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2566 ให้ผู้ประกอบการที่ทำหรือนำเข้าคาร์ซีท ต้องทำหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐาน มอก.3418-2565 โดยอ้างอิงมาจากมาตรฐานสากล ECE R44/04 (มาตรฐานยุโรป) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก 

ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) สั่ง สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) คุมเพิ่ม เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car Seat) และระบบติดตั้งแบบ Isofix ให้ได้ภายในปลายปี 2567 โดยคาร์ซีทต้องผ่านการทดสอบการชนด้านข้างด้วย (จากมาตรฐานเดิม ECE R44/04 ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องทดสอบการชนด้านข้าง) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยล่าสุดของยุโรป ECE R129 (i-Size) โดยมีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น 

มาตรฐานคาร์ซีท R129 (i-Size)คืออะไร 

มาตรฐาน ECE R129 หรือ i-Size คือ มาตรฐานหรือกฎระเบียบด้านความปลอดภัยฉบับใหม่ของยุโรป ที่ใช้ควบคุมการผลิตคาร์ซีทสำหรับเด็ก ให้มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น พร้อมเบาะต้องนั่งสบายมากขึ้นเนื่องจากมีข้อบังคับให้เด็กอายุ 15 เดือน ต้องนั่งหันหน้าเข้าเบาะรถยนต์ ซึ่งมาตรฐานฉบับใหม่นี้ได้ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2556 และยังเป็นมาตรฐานที่มีการทดสอบความปลอดภัยคาร์ซีทอย่างเข้มงวด พร้อมได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย 

ป้ายกำกับ มาตรฐาน ECE R129 (i-Size)

มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีทแบบใหม่ ECE R129 (i-Size) มีระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้ ดังนี้ 

1. การทดสอบการชน

    – การชนด้านหน้า ด้วยความเร็ว 50 กม./ชม. 

    – การชนด้านหลัง ด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. 

    – การชนด้านข้าง ด้วยความเร็ว 24 กม./ชม. 

    (มาตรฐานเดิม ECE R44/04 ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องทดสอบการชนด้านข้าง)

    2. การติดเซ็นเซอร์บนหุ่นจำลอง เพื่อทดสอบการกระแทก

      การใช้เซ็นเซอร์ติดหุ่นจำลองที่สรีระเหมือนเด็ก จำนวน 32 จุด เพื่ออ่านค่าความรุนแรงจากการกระแทก และจะรายงานผลออกมาเป็นความเสียหายตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย และต้องไม่เกินเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนดไว้ 

      (มาตรฐานเดิม ECE R44/04 ติดเซ็นเซอร์เพียง 4 จุด)

      3. ข้อบังคับทิศทางการติดตั้ง

        มีข้อบังคับให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 เดือน ต้องหันหน้าเข้าเบาะรถยนต์ (Rear-Facing) เท่านั้น

        (มาตรฐานเดิม ECE R44/04 มีข้อบังคับ 9 เดือน)

        4. ระบบการติดตั้ง

          จากเดิมครอบคลุมคาร์ซีทที่ติดตั้งด้วย ระบบไอโซฟิก (ISOFIX) เท่านั้น ล่าสุดปรับเปลี่ยนให้ เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ (Belt) สามารถผ่านการทดสอบได้ พร้อมข้อบังคับต้องมี ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์ (Top Tether) หรือ ขำค้ำยัน (Support Leg) เสริมความปลอดภัยด้วย

          5. การใช้งาน

            แบ่งตามอายุและส่วนสูง เช่น 

            แรกเกิด – 15 เดือน ส่วนสูง 40-83 cm.

            แรกเกิด – 4 ปี ส่วนสูง 70 – 105 cm.

            15 เดือน – 12 ปี ส่วนสูง 70 – 150 cm.

            3.5 ปี – 12 ปี ส่วนสูง 100 – 150 cm. 

            (มาตรฐานเดิม ECE R44/04 แบ่งการใช้งานตามอายุและน้ำหนัก) 

            มาตรฐานคาร์ซีท ECE R44/04 และ ECE R129 (i-SIZE) แตกต่างกันจุดไหนบ้าง เราสรุปในตารางเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้ 

            เลือกใช้คาร์ซีทมาตรฐาน ECE R129 (i-Size) มีข้อดีอย่างไร 

            1. ปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากคาร์ซีท R129 ผ่านการทดสอบการชนด้านข้างด้วย
            2. กรณีเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด จะทำให้มั่นใจได้ว่าเด็กจะไม่ได้รับบาดเจ็บมากเกินไป เนื่องจากใช้เซ็นเซอร์ติดหุ่นจำลองแบบทั่วตัว 32 จุด และผ่านการทดสอบหุ่นจำลองไม่ได้รับความเสียหายเป็นไปตามมาตรฐานกำหนดไว้
            3. ติดตั้งง่ายและรวดเร็วขึ้น ด้วยระบบ ISOFIX (คาร์ซีท R129 ส่วนใหญ่จะเป็นระบบ Isofix)
            4. คาร์ซีทได้รับการออกแบบให้เบาะนั่งสบายมากขึ้น เนื่องจากต้องส่งเสริมให้ทารกอายุต่ำกว่า 15 เดือน ต้องนั่งคาร์ซีทหันหน้าเข้าเบาะรถยนต์ (Rear-Facing) เท่านั้น
            5. เลือกคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เหมาะกับสรีระเด็กมากขึ้น ด้วยการวัดส่วนสูงแทนการใช้น้ำหนัก

            แนะนำ คาร์ซีท R129 (i-Size) จาก ร้านเบบี้กิ๊ฟ

            1.Ailebebe รุ่น Kurutto R The First 

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
            • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. 
            • ผ้า AG Pure ต้านแบคทีเรีย 99%
            • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง
            • หมุนได้ 360 องศา ด้วยมือเดียว หมุนลื่น 
            • หลังคา 98 cm. คลุมถึงปลายเท้า 
            • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ 
            • made in Japan 

            2. Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance 

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
            • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. 
            • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง
            • หมุนได้ 360 องศา ด้วยมือเดียว หมุนลื่น 
            • ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน 
            • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ 
            • made in Japan 

            การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี

            การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

            3. Aprica รุ่น Fladea Grow 360 Premium

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
            • ปรับคาร์ซีทให้นอนราบได้ ถึง 170 องศา 
            • เด็กคลอดก่อนกำหนดใช้ได้อย่างปลอดภัย 
            • หมุนได้ 360 องศา พาลูกขึ้น-ลงรถสะดวก  
            • มี Support สำหรับเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ

            การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี  

            การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX

            4. Renolux รุ่น Gaia

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจาก ADAC เยอรมัน และ TCS สวิตเซอร์แลนด์  
            • เทคโนโลยี Softness Cushion ทำให้เบาะนุ่มพิเศษ นั่งสบายเหมือนโซฟา  
            • ปรับเลื่อนระดับเพิ่มพื้นที่วางขาได้ นั่งหันหน้าเขาเบาะได้จนส่วนสูง 105 cm.  
            • หมุนง่ายได้ถึง 360°
            • มี Side Protection ป้องกันการชนด้านข้าง

            การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-105 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี  

            การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX

            5. คาร์ซีทเด็กโต Kinderkraft รุ่น Comfort Up

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
            • น้ำหนักเบา 6 kg. ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก  
            • ผ้า MESH เรียบนุ่ม เย็นสบาย 
            • ปรับเอนนอนได้ตามเบาะรถยนต์ 100 องศา 
            • Head Support หนา 3 ชั้น 

            การใช้งาน : เด็กอายุ 15 เดือน – 12 ปี หรือ ส่วนสูง 76 – 150 cm.  

            การติดตั้ง : ระบบ Belt 

            6.คาร์ซีทกระเช้า Kinderkraft รุ่น I-Care

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
            • ติดตั้งกับรถเข็นเด็ก ที่มี Adapter ได้ 
            • หนักเบา 4.2  kg ถอดและถือหิ้วได้สะดวกมาก  
            • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมนวมหุ้มสายเข็มขัดหนานุ่ม 
            • พนักพิงแข็งแรง หนา 3 ชั้น
            • Side Protect ป้องกันการกระแทกด้านข้าง 

            การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 15 เดือน หรือ ส่วนสูง 40 – 87 cm. 

            การติดตั้ง : ระบบ Belt (ฐาน Isofix จำหน่ายแยก) 

            7. คาร์ซีทกระเช้า Kinderkraft รุ่น Mink Pro

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
            • ติดตั้งกับรถเข็นเด็ก ที่มี Adapter ได้ 
            • ปรับพนักพิงศีรษะและเข็มขัดนิรภัย ได้ 5 ระดับ  
            • น้ำหนักเบา 3.5 kg. ถอดและถือหิ้วได้สะดวก 
            • Head Support หนา 3 ชั้น เสริม EPS โฟม รองรับแรงกระแทกได้ดี 
            • Side Protect ป้องกันการกระแทกด้านข้าง

            การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 15 เดือน หรือ ส่วนสูง 40-87 cm.  

            การติดตั้ง : ระบบ Belt 

            8. คาร์ซีทแรกเกิด Kinderkraft รุ่น I-Grow

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
            • ติดตั้งปลอดภัยสูง ด้วยระบบ ISOFIX และ TOP TETHER 
            • คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา
            • ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ 
            • ปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ 

            การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.  

            การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX

            9. คาร์ซีทแรกเกิด Kinderkraft รุ่น I-360

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
            • ติดตั้งง่ายด้วยระบบ ISOFIX และ Support leg 
            • คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา
            • Head Support หนา 3 ชั้น 
            • Side Protect ป้องกันการกระแทกได้อย่างปลอดภัย  
            • ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ จนถึงส่วนสูง 150 cm.

            การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.  

            การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

            10. คาร์ซีทเด็กโต Renolux รุ่น Olymp

            • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
            • เบาะนั่งสบายเหมือนโซฟา ด้วยเทคโนโลยี Softness Cushion  
            • ผ่านการทดสอบความปลอดภัยจาก ADAC เยอรมัน และ TCS สวิตเซอร์แลนด์  
            • Side Protection รองรับแรงกระแทกจากด้านข้าง   
            • ปรับเอนนอนได้ในตัว 108°   
            • ปรับพนักพิงได้ตามความสูงของเด็ก (ความสูงถึง 150 cm.)   
            • Made in France  

            การใช้งาน : เด็กตั้งแต่ความสูง 76-150 cm. หรือ อายุ 15 เดือน – 12 ปี 

            การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX

            ปัจจุบันคาร์ซีทในประเทศไทย ยังมีมาตรฐานความปลอดภัยของคาร์ซีทหลากหลายประเทศ ก่อนจะซื้อคาร์ซีทให้ลูกน้อย อย่าลืมตรวจสอบมาตรฐาน หรือ ฟังก์ชั่นความปลอดภัย เพื่อให้ได้คาร์ซีทที่มีความปลอดภัยสูงสุด ที่จะช่วยปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยตลอดการเดินทาง 

            สินค้าที่เกี่ยวข้อง

            คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

            สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

            7,700.00
            คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

            สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

            7,700.00
            คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

            สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

            7,700.00
            คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

            สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

            7,700.00
            คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

            สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

            7,700.00
            คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

            สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

            7,700.00

            บทความแนะนำ

            ความสะอาดของอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับลูกน้อยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเด็กเล็กยังร่างกายไม่แข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันก็ทำงานได้ยังไม่เต็มที่ หากสัมผัสกับเชื้อโรคก็จะมีโอกาสป่วยได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหาวิธีทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ของลูกน้อย เพื่อให้มั่นใจว่าสะอาดปลอดภัยมากที่สุด ทั้งนี้ ได้มีการนำนวัตกรรมการฆ่าเชื้อด้วยพลังงานจากรังสี UV-C โดยการปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องอบ UV ขนาดเล็กที่สามารถใช้ฆ่าเชื้อสิ่งของต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย ในบทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องอบยูวีพร้อมสินค้าแนะนำมาฝากกันแล้วค่ะ   เครื่องอบ UV คืออะไร ? เครื่องอบ UV หรือ ตู้อบ UV (UVC Sterilizer) เป็นการนำหลอดสังเคราะห์แสง UV-C หรือ Germicidal Lamp มาติดตั้งไว้ภายในเครื่องอบบริเวณด้านบน หรือบริเวณฝาปิดด้านบน เมื่อเครื่องทำงานด้วยโหมด UV จะเป็นการปล่อยรังสี UV-C จากหลอด UV ด้วยปริมาณค่าความยาวคลื่นแสงถึง 254 นาโนเมตร ลงไปตกกระทบกับพื้นผิวของสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายในตู้ ในปริมาณที่สม่ำเสมอ และระยะเวลานานเพียงพอจนเข้าไปทำลาย DNA และ RNA ของเชื้อโรคได้ จากแต่เดิมการฆ่าเชื้อสิ่งของต่างๆ ด้วยการลวกน้ำร้อน หรือการนึ่งด้วยไอร้อน อาจเหมาะกับการฆ่าเชื้อแค่สิ่งของที่โดนน้ำและทนความร้อนได้ เช่น […]

            คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swingmoon Series คาร์ซีทสำหรับเด็กเริ่มเข้าวัยเรียนรู้ ช่วงวัย 1 – 7 ปี หรือน้ำหนัก 9 – 25 kg. ที่ให้ความสบายและปลอดภัยสูงสุด(คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swing Moon Premium S Natural ,รุ่น Swing Moon STD) คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 1 – 7 ปี ปรับใช้งานได้ 2 รูปแบบตามช่วงวัย – Child Style ช่วงวัย 1-4 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวคาร์ซีท และเข็มขัดนิรภัยคาร์ซีทล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัย– Junior Style ช่วงวัย 3-7 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัยได้เลย เพราะด้วยน้ำหนักเด็กที่มากพอที่จะช่วยกดทับคาร์ซีทให้อยู่อย่างมั่นคงได้ เทคนิคการเลือกคาร์ซีท : ควรเลือกที่เหมาะกับน้ำหนักตัว และอายุของลูกน้อย อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจก็ได้ […]

            แข็งแรง ทนทาน พับ-กางง่าย ลูกน้อยนอนสบาย นี่แหละคุณสมบัติรถเข็นเด็กที่แม่ๆต้องการ 1. รถเข็นเด็กที่แข็งแรง ทนทาน ต้องไม่มีรอยต่อหรือพับเล็กมากเกินไป โครงสร้างควรเชื่อมเป็นชิ้นเดียวกัน เพราะเมื่อผ่านการใช้งาน มักมีการขยับของข้อต่อ เป็นสาเหตุให้โครงสร้างไม่แข็งแรงและเกิดการสั่นสะเทือนเมื่อเข็นในที่ขรุขระ รถเข็นเด็กที่ดีควรมีการเชื่อมต่อส่วนที่สำคัญเป็นชิ้นเดียว จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงแม้ผ่านการใช้งานที่ยาวนาน 2. พับ-กางง่าย ด้วยมือเดียว เพราะต้องพาลูกเดินทางคนเดียวบ่อยๆ แน่นอนว่าแม่ๆ ที่ต้องเลี้ยงลูกเองไปไหนมาไหนกับลูกลำพัง เช่น ไปเดินห้าง เดินสวนสาธารณะ ต้องเลือกรถเข็นเด็กที่ให้ความคล่องตัว ใช้งานง่าย พับกางง่าย ไม่ซับซ้อน คุณแม่สามารถพับรถเข็นเด็กได้เองด้วยมือเพียงข้างเดียวได้ เพราะมืออีกข้างหนึ่งต้องอุ้มลูก พับแล้วตั้งกับพื้นได้โดยไม่ล้มกองบนพื้น จะช่วยให้คุณสามารถลากไปมาสะดวกและยังปลอดจากสิ่งสกปรกบนพื้นที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ 3. ชุด Support สำหรับเด็กแรกเกิด ชุดเบาะรองนอนสำหรับเด็กทารกเป็นสิ่งจำเป็นมาก รถเข็นเด็กแรกเกิด ควรมีหมอนรองรับสรีระเด็กทั้งศีรษะ คอ และหลัง เพราะเด็กทารกจะมีกระดูกสันหลังและคอที่ยังไม่แข็งแรง จึงต้องนอนบนเบาะที่ช่วยรองรับสรีระตั้งแต่ศีรษะ ต้นคอ หลัง และสะโพกเพื่อให้ท่านทนที่ถูกต้องหลังไม่โค้งงอผิดรูป และไม่เกิดการปิดกั้นทางเดินทางหายใจ Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น

            การได้เห็นลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัยคือความสุขที่สุดของพ่อแม่ โดยเฉพาะในช่วง 1-5 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการวางรากฐานทางร่างกาย การจัดกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่จึงเปรียบเสมือนการติดเครื่องยนต์ให้ลูกน้อยพร้อมออกไปสำรวจโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปรู้จักกับกิจกรรมสนุก ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้ากัน กล้ามเนื้อมัดใหญ่สำคัญกับลูกน้อยอย่างไร กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skills) หมายถึงกล้ามเนื้อบริเวณลำตัว แขน และขา ซึ่งทำหน้าที่หลักในการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมด ความสำคัญของพัฒนาการส่วนนี้มีหลายด้าน 8 กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เพื่อให้การส่งเสริมพัฒนาการเป็นเรื่องสนุกและทำได้จริงในทุกวัน เราได้รวบรวมกิจกรรมส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ 8 รูปแบบที่เหมาะสมกับช่วงวัยมาฝากดังนี้ 1. งอแขนขา เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่วัยทารกด้วยการช่วยลูกฝึกยืดและงอแขนขาเบา ๆ กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและทำให้เส้นเอ็นรวมถึงกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น การฝึกให้ร่างกายทั้งสองฝั่งขยับอย่างสมดุลจะช่วยให้ลูกมีความแข็งแรงเริ่มต้นก่อนจะก้าวไปสู่พัฒนาการขั้นต่อไป 2. หันซ้ายขวา ชันคอ การชันคอเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมลำตัวส่วนบน กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาการมองเห็นและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อคอและไหล่ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ของเล่นที่มีสีสันสดใสหลอกล่อให้ลูกหันตาม เพื่อเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. ฝึกนั่ง คลาน เกาะ เมื่อลูกเริ่มมีแรงส่งจากกล้ามเนื้อหลังและลำตัว การฝึกให้นั่งเอง คลานไปหาของเล่น หรือเกาะเฟอร์นิเจอร์เพื่อทรงตัว จะเป็นการทำกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ทรงพลังมาก เพราะจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อขาและแขนให้แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักตัวได้ในอนาคต 4. เดิน วิ่ง ก้มเก็บของ สำหรับเด็กวัย 1 […]

            ” ลูกติดเต้า ไม่ยอมใช้ขวดนมเลย ทำอย่างไรดี ? เริ่มให้ลูกหย่านมจากเต้า มาฝึกใช้ขวดนมเมื่อไหร่ดี ? ” อีกคำถามที่แม่ๆหลายคนมักเจอตอนลูกน้อยอายุ 1 ขวบ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกน้อยด้วยนมจากเต้าเพียงอย่างเดียว วันนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากแม่ๆกันค่ะ ต้องขอเกริ่นก่อนว่า ความจริงแล้วการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ด้วยคุณค่าของน้ำนมความอบอุ่นและอื่นๆ แต่เมื่อลูกรักโตขึ้น หลายคนที่ดูดนมแม่จากเต้าจนติด หรือที่เรียกว่า ” ลูกติดเต้า “  งอแงไม่ยอมกินนมจากขวด เวลาที่คุณแม่ต้องออกไปทำงานหรืออยู่นอกบ้าน การให้นมแม่จากขวดนม หรือการเริ่มหย่านมแม่ มักจะเกิดปัญหาตามมาเพราะลูกไม่ยอมกินนมจากขวด งอแงร้องไห้  จนเกิดปัญหาการกินกับลูกได้ และปัญหาการใช้ชีวิตของคุณแม่เอง ฉะนั้นมาดูกันเลยค่ะว่าจะมีเทคนิคแบบไหน ที่สามารถทำให้ลูกได้ฝึกกินนมจากขวดได้ โดยไม่หักดิบ ไม่ทำให้ลูกร้องไห้งอแง หงุดหงิดเสียใจ คุณแม่เองก็ไม่ต้องเครียดไปด้วย ตามมาดูกันเลยค่ะ 8 ทริค ฝึกลูกดูดนมขวดแบบแฮปปี้ 1 )  ค่อยๆ ฝึก ไม่บังคับลูกเพราะการดูดขวดคือทักษะใหม่ของลูกรักที่เคยแต่ดูดนมแม่จากเต้ามาตลอด จนกลายเป็นว่า ลูกติดเต้า รวมถึงวิธีการดูดนมจากขวดกับการดูดนมจากเต้าก็มีความแตกต่าง  จึงต้องอาศัยเวลาให้ลูกปรับตัวและฝึกฝน รวมถึงลูกรักเองก็ต้องใช้สมาธิในการดูดมากขึ้นในช่วงแรก ฉะนั้นการทำความเข้าใจไม่บังคับ และให้ลูกได้ลองฝึกในสิ่งแวดล้อมที่เงียบและสงบค่อย […]

            All Categories

            All Categories
            All Brands
            All Ages

            Kid

            Menu
            All Categories
            All Brands
            All Ages
            BabyGift Care
            News & Event