คาร์ซีท Ailebebe นวัตกรรมสุดล้ำ ปกป้องลูกน้อยได้ดีที่สุด

คาร์ซีท Ailebebe นวัตกรรมสุดล้ำ ปกป้องลูกน้อยได้ดีที่สุด

คาร์ซีท เป็นผลิตภัณฑ์จำเป็นสำหรับเด็กชนิดหนึ่ง ที่พ่อแม่ต้องมั่นใจเป็นอย่างมากก่อนการตัดสินใจ ว่าสินค้านี้จะปลอดภัยมากเพียงพอในการปกป้องดูแลลูกน้อยตลอดการเดินทาง แบรนด์ Ailebebe ผู้นำด้านการผลิตคาร์ซีทในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมการออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ ได้เข้าใจในเรื่องความปลอดภัยนี้ จนสามารถคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวในคาร์ซีท Ailebebe แบรนด์นี้แตกต่างจากคาร์ซีททั่วไปอย่างไร มาทำความรู้จัก คาร์ซีทเอเลเบเบ ไปพร้อม ๆ กันเลย

คาร์ซีทเอเลเบเบ คืออะไร

Ailebebe (Ai-le-be-be) อ่านว่า เอ-เล-เบ-เบ คือแบรนด์คาร์ซีทที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ออกแบบและผลิตโดยบริษัท Carmate จากเดิมเป็นผู้ออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีความปลอดภัยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2509 จนถึงปัจจุบัน มากว่า 50 ปีแล้ว 

และด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ออกแบบเบาะนั่งในรถยนต์สำหรับเด็ก หรือ คาร์ซีท ด้วยการใช้ประสบการณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย รวมถึงคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้ใช้คาร์ซีทปลอดภัยมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “Safety and Comfort ความปลอดภัยที่มาพร้อมกับความสบาย” จนเป็นแบรนด์ Ailebebe คาร์ซีทที่คุณพ่อคุณแม่วางใจใช้มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น 

โดยความหมายของแบรนด์ Ailebebe มาจากภาษาฝรั่งเศส “Aile” แปลว่า ปีก และ “bebe” แปลว่าทารก รวมเป็น “ทารกมีปีก หรือว่า เทวดา นางฟ้า” สื่อความหมายว่าลูกน้อยเปรียบเสมือนเทวดานางฟ้าตัวน้อย ๆ ของคุณพ่อคุณแม่ 

Ailebebe แตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร

1. มีศูนย์ทดสอบความปลอดภัยของตัวเอง 

เอเลเบเบ คือผู้นำด้านด้านความปลอดภัยอย่างแท้จริงในญี่ปุ่น เพราะมีห้องทดสอบการชนเป็นของตัวเอง พร้อมมีอุปกรณ์ทดสอบความปลอดภัยคุณภาพระดับเดียวกันกับมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป (UN standard) เช่น เครื่องทดสอบการชนแบบลดความเร็ว หุ่นจำลองสรีระเหมือนเด็กตั้งแต่อายุ 0- 10 ขวบ และเซ็นเซอร์วัดแรงกระแทกที่ใช้ติดหุ่นจำลองมากสุดถึง 32 จุด

รวมถึงห้องทดสอบการชนของ Ailebebe ยังได้รับอนุญาตให้เป็นศูนย์กลางในการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป (UN R44) ในอุตสาหกรรมคาร์ซีทระดับแนวหน้าของเอเชีย ด้านความเร็วในการทดสอบการชนจะใช้ระดับเดียวกันกับมาตรฐานยุโรป ตั้งแต่ความเร็ว 0 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง / 50 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง / 70 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง / 100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง

2. คาร์ซีทเอเลเบเบทุกรุ่น มีมาตรฐานระดับยุโรป

คาร์ซีทตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเด็กโต ให้ความสำคัญกับการปกป้องศีรษะทารกเป็นอันดับหนึ่งง รวมถึงลำคอ กระดูกสันหลัง และป้องกันการกระแทกด้านข้างได้อย่างแน่นหนาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จึงได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสหภาพยุโรป R129 (i-Size) และ ECE R44/04 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด 

รวมถึงในประเทศไทยก็ใช้มาตรฐานยุโรป เนื่องจากมีประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) จะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2566 ให้ผู้ประกอบการที่ทำหรือนำเข้าคาร์ซีท ต้องทำหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐาน มอก.3418-2565 โดยใช้มาตรฐานสากล UN R 44 (มาตรฐานยุโรป) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก 

3. ซัพพอร์ตเด็กแรกเกิด หนาที่สุด 100 mm.

ศีรษะเด็กแรกเกิดจะมีขนาด 1 ใน 4 ของร่างกาย ถือว่ามีน้ำหนักมาก เมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายโดยรวม ฉะนั้นคาร์ซีทเด็กแรกเกิด อย่าง รุ่น Kurutto R จึงให้ความสำคัญกับการปกป้องศรีษะทารกเป็นอันดับหนึ่ง Head Support ข้างศีรษะ จึงมีความหนานุ่มเป็นพิเศษ ถึง 100 mm. เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยฉบับใหม่ของยุโรป R129 (i-Size) ด้วย เพื่อช่วยป้องกันการกระแทกจากด้านข้างได้อย่างปลอดภัย

4. คาร์ซีท Kurutto คือ คาร์ซีททรงไข่อย่างแท้จริง

อวัยวะทุกส่วนของเด็กแรกเกิดยังบอบบางมาก การปกป้องอย่างรอบด้านจึงจำเป็นอย่างที่สุด รุ่น Kurutto จึงออกแบบให้เป็นคาร์ซีททรงไข่ Egg-Shell Protection มีหลังคาคลุมถึงปลายเท้า 98 cm. จึงช่วยโอบปกป้องร่างกายทารกได้อย่างรอบด้าน 360 องศา ไม่ให้มีอวัยวะใดของลูกยื่นออกมานอกคาร์ซีท 

นอกจากนี้ หลังคาคลุมถึงปลายเท้า ยังกันความร้อน กันแดด กันแสงยูวีได้ 99% ปกป้องดวงตาของทารกให้นอนหลับสนิทมากขึ้น และการคลุมมิดชิดยังช่วยกันเศษกระจกที่จะกระเด็นใส่ลูกน้อยเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย 

5. Kurutto ช่องระบายอากาศ 1,695 ช่อง นั่งแล้วไม่ร้อน

เด็กแรกเกิดและเด็กเล็ก ยังควบคุมอุณหภูมิในร่างกายได้ไม่เต็มที่ จึงคลายความร้อนได้ช้า มีเหงื่อออกเยอะ ยิ่งถ้าหากอยู่ในคาร์ซีทที่ไม่มีช่องระบายอากาศเป็นเวลานาน ๆ ก็จะยิ่งสะสมความร้อน จนทำให้เป็นไข้ ไม่สบายตัว หรือ กลัวการนั่งคาร์ซีทได้เลย 

รุ่น Kurutto จึงแก้ปัญหาด้วยการออกแบบให้ด้านหลังคาร์ซีทมีช่องระบายอากาศมากที่สุด ถึง 1,695 ช่อง เพราะเป็นจุดที่สะสมความร้อนและเหงื่อออกง่ายมากกว่าจุดอื่น ๆ ช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ระบายอากาศ ให้อากาศหมุนเวียน คาร์ซีทจึงนั่งเย็นสบาย นั่งนาน ๆ ได้โดยไม่รู้สึกร้อนเลย 

 6. ใช้งานสะดวกสบาย คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ด้วยมือเดียว

Kurutto (คุรุตโตะ) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า หมุนได้ จึงเป็นที่มาของชื่อรุ่น Kurutto ด้วย และยังเป็นคาร์ซีทรุ่นเดียวในญี่ปุ่นที่หมุนง่ายด้วยมือเดียว หมุนแล้วไม่มีเสียงรบกวนลูกน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว โดยฟังก์ชั่นการหมุนสำคัญมากสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะเด็กแรกเกิดบอบบาง ต้องระมัดระวังในการพาเข้าหรือออกจากคาร์ซีท การหมุนหันมาหาแม่ได้ จะช่วยให้อุ้มลูกขึ้นลงรถได้สะดวก ไม่เสี่ยงหกล้ม แม้ที่จอดรถจะแคบ 

นอกจากนี้ คาร์ซีทหมุนได้ ยังช่วยฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เพราะหากลูกร้องไห้ หรือ จังหวะรถจอดติดไฟแดง คุณแม่ก็สามารถหันคาร์ซีทมาสบตา เล่นกับลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือให้นมได้อย่างสะดวก พร้อมติดตั้งครั้งเดียวจบ สามารถปรับใช้งานได้ ทั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) และหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) ได้เลย 

7. โครงสร้างไฟเบอร์กลาส เสริมตารางวาฟเฟิล

“ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) หรือ เส้นใยแก้ว” มักจะถูกใช้เป็นวัสดุช่วยเสริมแรงให้กับพลาสติก เพราะมีความแข็งแรง ทนแรงกระแทกได้สูง ป้องกันความร้อน และสามารถดัดขึ้นรูปได้ ในอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นจึงนิยมนำมาผลิต เช่น คอนโซลหน้ารถ ชิ้นส่วนเครื่องบินเล็ก ชิ้นส่วนรถแข่ง เป็นต้น 

รวมถึงคาร์ซีทแรกเกิด Ailebebe ที่ Made in Japan ก็เลือกใช้ไฟเบอร์กลาสในการทำโครงคาร์ซีทด้วย เพราะต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ และยังดัดรูปทรงให้รองรับสรีระทารกได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ฉีกขาดหรือแตกหักง่าย  ๆ พร้อมออกแบบบริเวณด้านหลังให้เป็นโครงสร้างคล้าย “ตารางวาฟเฟิล” ป้องกันการกระแทก เสริมความแข็งแรงอีกชั้น เพื่อให้มั่นใจว่าความแข็งแรงของไฟเบอร์กลาสรวมกับตารางวาฟเฟิล จะทนต่อแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี 

คาร์ซีท Ailebebe แบ่งการใช้งานกี่รูปแบบ 


เนื่องจากสรีระเด็กแรกเกิดและเด็กแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกัน Ailebebe เข้าใจในความสำคัญเหล่านี้ จึงได้ออกแบบคาร์ซีทให้รองรับสรีระเด็กที่แตกต่างกันตามช่วงวัย ไม่เลือกออกแบบคาร์ซีทที่ใช้ได้ครอบคลุมหลายช่วงวัยเหมือนแบรนด์อื่น ๆ โดย Ailebebe ได้แบ่งการใช้งานคาร์ซีทออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้… 

1. คาร์ซีทแบบ Convertible
  • คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด – 4 ปี
    เป็นคาร์ซีทเฉพาะทางเพื่อเด็กแรกเกิดอย่างแท้จริง เหมาะใช้เป็นคาร์ซีทตัวแรกให้ลูก สามารถปรับใช้งานได้ 2 รูปแบบ ทั้ง แบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) และปรับหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) 
2. คาร์ซีทแบบ Forward – facing Seat

จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ 

  • คาร์ซีทสำหรับเด็ก อายุ 1 – 7 ปี
    คาร์ซีทเด็กโต เหมาะใช้เป็นคาร์ซีทตัวที่ 2 ให้กับลูก จะใช้งานแบบหันหน้าไปหน้ารถ (Forwardfacing) อย่างเดียว ตัวคาร์ซีทจะมีลักษณะที่เบาะกว้าง ปรับเอนนอนได้ในตัว พนักพิงใหญ่และสูง ปรับเป็น BoosterSeat ได้
  • คาร์ซีทสำหรับเด็ก อายุ 1-10 ปี
    คาร์ซีทเด็กโต มาตรฐานใหม่ จะเหมาะใช้เป็นคาร์ซีทตัวที่ 2 ให้กับลูก จะใช้งานแบบหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) อย่างเดียว ตัวคาร์ซีทจะมีลักษณะเบาะกว้าง ปรับเอนนอนได้ตามเบาะรถยนต์ พนักพิงปรับขึ้นได้ตามความสูง และใช้เป็น Booster Seat แบบมีพนักพิงตามมาตรฐาน R129 เท่านั้น
  • คาร์ซีทสำหรับเด็ก อายุ 1-11 ปี
    คาร์ซีทเด็กโต เหมาะใช้เป็นคาร์ซีทตัวที่ 2 ให้กับลูก จะใช้งานแบบหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) อย่างเดียว ตัวคาร์ซีทจะมีลักษณะเบาะกว้าง ปรับเอนนอนได้ตามเบาะรถยนต์ พนักพิงปรับขึ้นได้ตามความสูง ถอดพนักพิงออกเป็น Booster Seat พกพาได้

คาร์ซีทแรกเกิดเอเลเบเบ มีรุ่นอะไรบ้าง 

1. Ailebebe รุ่น Kurutto R The First 2

  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
  • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาถึง 100 mm.
  • ผ้า AG Pure ต้านแบคทีเรีย 99% อ่อนโยนต่อทารก
  • ผ้าตาข่าย W Russell ระบายอากาศดี 
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง
  • หมุนได้ 360 องศา ด้วยมือเดียว ไร้เสียงรบกวน 
  • หลังคาคลุมถึงปลายเท้า 98 cm. 
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด ระบบ Jumping Harness 
  • ขาค้ำยัน ระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกต้อง

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี  

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

2. Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance 2

  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
  • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาถึง 100 mm. 
  • ผ้าตาข่าย W Russell ระบายอากาศดี 
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง 
  • หมุนได้ 360 องศา ด้วยมือเดียว ไร้เสียงรบกวน 
  • หลังคาคลุมได้ 79 cm. 
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด ระบบ Jumping Harness 
  • ขาค้ำยัน ระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกต้อง

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

คาร์ซีทเด็กโตเอเลเบเบ มีรุ่นอะไรบ้าง 

1. Ailebebe รุ่น Papatto R

  • มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับยุโรป ECE R129 (i-Size)
  • มี Top Tether ตะขอเกี่ยวเบาะหลัง ป้องกันคาร์ซีทคว่ำหน้า
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด ระบบ Jumping harness พาลูกเข้า-ออกคาร์ซีทง่ายขึ้น ​
  • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาขึ้น ด้วย EPP FOAM เสริม MEMORY FOAM​
  • เนื้อผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดีกว่าผ้าตาข่ายทั่วไป 2 เท่า
  • เนื้อผ้า Ag Pure ต้านแบคทีเรีย 99% จดสิทธิบัตรเฉพาะแบรนด์ AILEBEBE​
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 864 ช่อง ระบายอากาศดี
  • ปรับเอนนอนได้ตามเบาะรถยนต์ ได้ 120 องศา  
  • ปรับเป็นบูสเตอร์ซีทแบบมีพนักพิงได้ (Booster Seat)

การใช้งาน : เด็กโต 1 – 10 ปี หรือ ส่วนสูง 76 – 135 cm. 

การติดตั้ง : ระบบ Isofix 

2. Ailebebe รุ่น Swing Moon Premium S Natural

  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป ECE R44/04  
  • มีหมอนรองศีรษะหนานุ่ม ปลอดภัยสูง 
  • มีหมอนรองสะโพก นอนสบายขึ้น 
  • ผ้าธรรมชาติ สัมผัสนุ่มสบาย 
  • ผ้า Mesh เรียบนุ่ม ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี 
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง ระบายอากาศดี 
  • พนักพิงปรับได้ตามความสูง 120 cm.  
  • ปรับเอนนอนได้ในตัว ถึง 3 ระดับ 120 องศา นอนสบายกว่า 
  • ปรับเป็นบูสเตอร์ซีท (Booster Seat) ได้ 

การใช้งาน : เด็กโต 1 – 7 ปี หรือ น้ำหนัก 9-25 กก. 

การติดตั้ง : ระบบ Belt

3. Ailebebe รุ่น Saratto Premium

  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป ECE R44/04  
  • ใช้ Impact Shield หรือ ที่กั้นหน้า ช่วยป้องกันการกระแทก เด็กไม่ต้องคาดเบลท์คาร์ซีท ไม่อึดอัด 
  • ผ้า Mesh เรียบนุ่ม ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี  
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง ระบายอากาศดี 
  • ปรับพนักพิงปรับได้ตามความสูง ถึง 145 cm.  
  • ปรับเอนนอนได้ตามเบาะรถยนต์ 120 องศา  
  • ปรับเป็นบูสเตอร์ซีท (Booster Seat) ได้ หรือ จะถอดพนักพิงเป็นบูสเตอร์ซีทแบบพกพาได้ 

การใช้งาน : เด็กโต 1 – 11 ปี หรือ น้ำหนัก 9-36 กก. 

การติดตั้ง : ระบบ Belt

4. Ailebebe รุ่น Swing Moon Standard

  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป ECE R44/04 
  • ผ้า Mesh เรียบนุ่ม ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี 
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง ระบายอากาศดี 
  • พนักพิงปรับได้ตามความสูง 120 cm.
  • ปรับเอนนอนได้ในตัว ถึง 3 ระดับ 120 องศา นอนสบายกว่า 
  • ปรับเป็นบูสเตอร์ซีท (Booster Seat) ได้

การใช้งาน : เด็กโต 1 – 7 ปี หรือ น้ำหนัก 9-25 กก. 

การติดตั้ง : ระบบ Belt 

เปรียบเทียบคาร์ซีทเด็กโต Ailebebe

คาร์ซีท Ailebebe ร้านตัวแทนนำเข้า กับ ร้านมือสอง ต่างกันอย่างไร 

การซื้อคาร์ซีท Ailebebe จากร้านตัวแทนนำเข้า จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เนื่องจากจะมีโชว์รูมหรือหน้าร้านตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าหลายสาขา ที่สามารถเข้าไปสอบถาม ดูสินค้าของจริงก่อนตัดสินใจซื้อ และยังได้รับบริการครบวงจร ตั้งแต่การรับประกันสินค้า บริการซ่อมบำรุงรักษา และอะไหล่แท้พร้อมให้บริการ จากผู้นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งเฉพาะตัวแทนนำเข้าจะได้รับสิทธิพิเศษเป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทผู้ผลิตในประเทศญี่ปุ่น พร้อมมีหนังสือรับรองการเป็นผู้จัดจำหน่ายคาร์ซีท Ailebebe ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 

แตกต่างจากร้านหิ้วคาร์ซีท  ที่ส่วนใหญ่จะจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก หรือมีเพียงสาขาเดียวนอกห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นการนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทผู้ผลิต และมักนำเข้ามาโดยการขนส่งที่ไม่ได้รับมาตรฐาน และมีความแออัดเนื่องจากต้องเน้นนำเข้าปริมาณมาก หากคาร์ซีทที่ถูกอัดแน่น หรือได้รับการกระทบกระเทือนขณะขนส่ง อาจทำให้เสื่อมประสิทธิภาพการป้องกันความปลอดภัยได้ และรวมถึงการไม่ได้รับการ Training วิธีดูแลซ่อมบำรุงจากบริษัทผู้ผลิต อาจทำให้การให้บริการขาดความเชี่ยวชาญได้ 

ด้วยการยกตัวอย่างมานั้น ทำให้ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ ร้าน Baby Gift ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายคาร์ซีท Ailebebe อย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย มากว่า 15 ปี เป็นร้านที่มีความน่าเชื่อถือและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง รวมถึงสามารถสื่อสารกับบริษัท Carmate ผู้ผลิตคาร์ซีท Ailebebe ที่ประเทศญี่ปุ่นได้โดยตรง พร้อมมีบริการทั้งก่อนและหลังการขายอย่างใส่ใจ รับประกันโครงสร้างคาร์ซีท 5 ปี รับประกันอุบัติเหตุ 7 ปี มีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาการซ่อมอย่างถูกต้องและมีอะไหล่แท้จากญี่ปุ่นให้เปลี่ยนอีกด้วย 

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถกดติดตามได้ที่ เพจ Baby Gift Retail หรือ Ailebebe Thailand หรือ แอดไลน์ได้ที่ Baby Gift เรายินดีให้บริการค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

โดยส่วนใหญ่แล้ว หากต้องการพาทารก ขึ้นเครื่องบิน เพื่อความปลอดภัยคุณพ่อคุณแม่ควรพาไปเมื่อทารกอายุ 4-8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ เนื่องจากว่าทารกมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากการเดินทางได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรงมากพอ อีกทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ บนเครื่องบินยังทำให้ทารกเกิดความเครียดได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในหลายๆ สายการบินมีการอนุญาติให้ขึ้นได้ตั้งแต่อายุ 7 วัน และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจเรื่องราวของการพาเด็ก ขึ้นเครื่องบินอย่างปลอดภัย พร้อมคำแนะนำต่างๆ ก่อนการพาลูกขึ้นเครื่องบินีกันค่ะ  ชวนเตรียมพร้อมก่อนพา เด็ก ขึ้นเครื่องบิน ต้องเตรียมอะไร ? ต้องรู้อะไรบ้าง ?  ในแต่ละสายการบินมักจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันในการพาทารก ขึ้นเครื่องบินค่ะ บางที่ก็อนุญาติให้โดยสารได้ตั้งแต่ 7 วัน แต่บางที่ก็ต้องอายุ 14 วันก่อนถึงจะอนุญาติให้เดินทางได้ ซึ่งเอกสารที่ใช้สำหรับการเดินทางหลักๆ ก็จะเป็นใบสูติบัตร กับพาสปอร์ตนั่นเองค่ะ ซึ่งหากมีเด็กโดยสารไปด้วย ผู้ปกครองจำเป็นต้องติดต่อสายการบิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลในวันเดินทางได้นั่นเอง ซึ่ง BabyGift ได้เช็กข้อมูลกับสายการบินที่อนุญาติให้ทารกเดินทางมาให้ประมาณ 3 สายการบิน พร้อมคำแนะนำต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูล เป็นไอเดียให้คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการพาเจ้าตัวจิ๋วขึ้นเครื่องบิน ดังนี้ค่ะ พาเด็ก ขึ้นเครื่องบิน การบินไทย  การบินไทยอนุญาติให้ทารก […]

เชื่อว่าคุณแม่ร้อยทั้งร้อยที่อ่านบทความนี้อยู่อยากให้ลูกน้อยคลอดออกมามีผิวสวยสุขภาพดีอย่างแน่นอน ถึงเราจะอยากให้ลูกออกมาผิวขาวใสแค่ไหน ก็อย่าไปเชื่อคำโฆษณาอาหารเสริมต่าง ๆ นะคะ เพราะอาหารเสริมบางตัวไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างยิ่ง คุณแม่บ้านไหนอยากให้ลูกผิวดี ลองมาดูอาหารง่าย ๆ ไม่ต้องจ่ายเงินแพง ๆ แถมยังหาซื้อได้ทั่วไปกันดีกว่า 1. ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองนั้น นอกจากจะแหล่งโปรตีนที่ทรงคุณค่าไม่แพ้นมวัวแล้ว นมถั่วเหลืองยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า “ไอโซฟลาโวน” ซึ่งเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะไปช่วยกำจัดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มีผลแค่กับคุณแม่นะ แต่ยังส่งผลไปถึงคุณลูกด้วย อาหารที่ประกอบด้วยถั่วเหลืองง่าย ๆ ก็เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองที่คุณแม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเลย นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยทำให้มีผิวกระจ่างใสอีกด้วย 2. ผลไม้สดและน้ำผลไม้ ข้อนี้เดาได้ง่าย ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ ก็แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องผิวสวยแล้ว สิ่งที่เราขาดไม่ได้เลยก็คือผลไม้ รวมถึงน้ำผลไม้ (ขอแบบแท้ 100% ไม่ผสมน้ำตาลด้วยนะ) และถ้าจะให้ดีกว่าเดิม เราขอแนะนำให้คุณแม่ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น สับปะรด ส้ม เพราะเจ้าพวกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้จะมีกรดซิตริกที่ค่อนข้างสูง แถมยังอุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นวิตามินที่จะมาช่วยเรื่องผิวโดยตรงเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น! นอกจากผลไม้และน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยบำรุงให้ผิวลูกน้อยคุณแม่แล้ว สารอาหารในผลไม้พวกนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวของตัวคุณแม่ด้วย คุณแม่บ้านไหนที่นอนไม่หลับ สิวขึ้น ผดขึ้น ลองมาทานผลไม้กันดูนะ […]

ว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย พอรู้ข่าวดีว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์คงเกิดอาการดีใจอยู่ไม่น้อย แต่ในความดีใจของคุณแม่ก็เกิดคำถามและความกังวลในหัวอยู่มากมาย โดยเฉพาะการลุ้นพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์อยู่ตลอด หนึ่งในนั้นเชื่อว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย คงอยากรู้สินะว่า ลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงเราตอนไหน และการได้ยินของลูกจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ และคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถสื่อสารในรูปแบบไหนได้บ้าง ที่จะช่วยการกระตุ้นให้ลูกน้อยได้รับรู้ เพราะคุณแม่ทั้งหลายต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าการพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ เป็นการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีกับลูกได้ดีอีกอย่างหนึ่ง บางทีเราเองก็จะเห็นคุณแม่หลายๆคน เปิดเพลงคลาสสิกให้ลูกฟังสไตล์โมซาส เผื่อลูกจะได้อารมณ์ดี บ้างก็ร้องเพลง บ้างก็เล่านิทาน แต่จริงๆแล้วคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงตอนกี่เดือนกันแน่ พัฒนาการการได้ยินของลูกน้อยในครรภ์ เริ่มต้นอย่างไร คุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการ การได้ยินของลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง ดังนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ได้ เพราะจริงๆแล้ว ทารกจะได้ยินเสียงได้ดีตั้งแต่เดือนที่ 5 เป็นต้นไป และการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ อย่างมีประสิทธิภาพแบบง่ายๆ ได้ดังนี้ 1. พูดคุยกับลูกบ่อยๆ โดยการใช้น้ำเสียงปกติในชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่ รวมถึงคุณแม่อาจจะเพิ่มการร้องเพลง หรืออ่านหนังสือ เข้าไปด้วยก็เป็นการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์แล้ว 2. เปิดเพลงให้ลูกฟังบ่อยๆ โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะเป็นเพลงแนวไหน สามารถเปิดได้หมด ทั้ง โมสาร์ท คลาสสิก แจ๊ส ป๊อป ร็อค ลูกทุ่ง เพียงแค่ขอให้เป็นเพลงที่ฟังสบายๆ ไม่รุนแรงเกินไป ก็ช่วยให้ลูกได้รู้สึกถึงจังหวะมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นพัฒนาการการได้ยิน พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเมื่อลูกได้ดิ้นและขยับตัวตามจังหวะดนตรีเพลง […]

แน่นอนว่าคุณแม่ทุกบ้านจะต้องตื่นเต้นกับการทานข้าวมื้อแรกของลูก แต่นอกจากความตื่นเต้นแล้ว การฝึกลูกน้อยให้มีวินัยในการรับประทานอาหารก็ถือเป็นงานหินชิ้นนึงเลยล่ะค่ะ สำหรับคุณแม่ๆ บ้านไหนที่กำลังหาวิธีฝึกลูกน้อยให้คุ้นชินกับการทานข้าวอยู่ล่ะก็ มาดูกันดีกว่าว่าเรามีวิธีดีๆ อะไรมาฝากกันบ้าง ฝึกลูกหม่ำข้าวด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ต้องบังคับ 1. นั่งโต๊ะและเริ่มทานข้าวพร้อมกัน  อย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่าเด็กมักจะชอบเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ นั่นแหละค่ะ เราลองเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวช่วยกันดีกว่า เพราะงั้นเวลาเราทานข้าว เราก็ควรให้ลูกน้อยของเรานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยเนอะ ให้เค้าเห็นว่าทุกคนมีความสุขในการรับประทานอาหาร เห็นเวลาเรานำช้อนเข้าปาก ให้เค้ารู้ว่าการทานข้าวเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนทำ และเค้าก็ต้องทำด้วยเหมือนกัน แม้ตอนแรกอาจจะมีร้องงอแงบ้าง แต่ก็อย่าไปยอมแพ้ค่ะ ทำบ่อยๆ ทำให้เป็นกิจวัตร เดี๋ยวเค้าก็จะชินไปเอง 2. ทานอาหารให้เป็นเวลา  คุณแม่บางบ้านอาจจะยุ่งหัวหมุนกับทั้งงานประจำและงานบ้านจนเผลอไม่ได้ทานข้าว อ๊ะๆ ถ้าคุณแม่กำลังเป็น Working Woman แบบนี้อยู่ เราขอให้คุณแม่วางงานซักนิด แล้วมาทานข้าวกับลูกน้อยเมื่อถึงเวลา เพราะเราควรฝึกให้เค้าคุ้นเคยกับเวลาที่ต้องทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน เย็น คุณแม่ก็ควรจะให้เค้าทานเวลาเดิมๆ นอกจากจะสร้างนิสัยให้เค้าแล้ว ยังเป็นการปรับระบบย่อยอาหารภายในร่างกายของลูกน้อยอีกด้วยน้า ถ้าเค้าคุ้นเคยกับเวลาแล้ว ทีนี้ล่ะ ไม่ต้องเรียกเลย พอถึงเวลาเค้าก็จะหิวขึ้นมาเอง 3. เปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลาย  เด็กหลายๆ คนเบื่อข้าว อมข้าว เพราะอาจจะเป็นเรื่องของรสชาติที่ไม่ถูกปาก หรือเมนูอาจจะซ้ำซากจำเจจนเกินไป การเปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลายเนี่ย นอกจากจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนแล้ว ยังทำให้เค้าเพลิดเพลินไปกับเมนูใหม่ๆ ด้วยนะ […]

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหารถเข็นเด็กพับได้ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ในปี 2025 มีตัวเลือกมากมายจนอาจทำให้เลือกลำบาก จากรุ่นพื้นฐานไปจนถึงรุ่นพรีเมียมที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ที่เหมาะสมจึงต้องคำนึงถึงความแข็งแรง ความสะดวกในการเข็น และฟีเจอร์ที่ตรงกับความต้องการของครอบครัว มาดูกันว่ามีตัวเลือกไหนบ้างที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับการลงทุน รถเข็นเด็กพับได้ ต่างจากรถเข็นเด็กทั่วไปอย่างไร รถเข็นเด็กพับได้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากรถเข็นเด็กทั่วไปอย่างชัดเจน คือ ความสะดวกในการพับเก็บและพกพา น้ำหนักที่เบากว่า และขนาดที่กะทัดรัดเมื่อพับแล้ว ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบเดินทางหรือมีพื้นที่จำกัด ในขณะที่รถเข็นทั่วไปมักเน้นความแข็งแรงและฟีเจอร์ครบครัน แต่ขนาดใหญ่และเคลื่อนย้ายยาก วิธีการเลือกรถเข็นเด็กพับได้ การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ให้เหมาะสมต้องพิจารณาหลายปัจจัยสำคัญ เพื่อให้ได้ตัวที่ตรงกับความต้องการและใช้งานได้ยาวนาน เลือกให้เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ตามช่วงวัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะแต่ละวัยมีความต้องการที่แตกต่างกัน เลือกวัสดุที่แข็งแรง วัสดุที่ใช้ในการผลิตรถเข็นเด็กพับได้มีผลต่อความทนทานและความปลอดภัย ควรเลือกโครงอะลูมิเนียมผสมที่แข็งแรงทนต่อการบิดงอ เบาะที่มีสปริงและฟองน้ำคุณภาพดี ผ้าหุ้มเบาะที่ระบายอากาศได้ดี ล้อทำจากพลาสติก PU ที่ทนทานและลดแรงกระแทก และหลังคาที่ป้องกันแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกวัสดุคุณภาพจะช่วยให้รถเข็นเด็กพับได้ใช้งานได้นานและปลอดภัย เลือกที่มีมาตรฐานระดับสากล รถเข็นเด็กพับได้ที่ดีควรมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล พร้อมระบบความปลอดภัยที่รัดกุม ระบบล็อกโครงรถเข็นที่มั่นคง เข็มขัดนิรภัยที่ใช้งานง่าย และระบบล็อกล้อหลังที่ป้องกันการลื่นไถล การมีมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยของลูกน้อย เลือกที่มีฟังก์ชันเพิ่มเติม ฟีเจอร์พิเศษของรถเข็นเด็กพับได้ที่น่าสนใจ ได้แก่ การปรับเอนได้หลายระดับ ระบบเข็นแบบ 2 ทิศทาง หลังคาพร้อมหน้าต่างระบายอากาศ และช่องเก็บของขนาดใหญ่ ฟังก์ชันเหล่านี้จะเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพการใช้งาน ทำให้รถเข็นเด็กพับได้ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น แนะนำ 7 รถเข็นเด็กพับได้ คุณภาพดีจาก BabyGift […]

เพราะลูกน้อยคือที่สุดของความรักจากใจแม่ไม่มีอะไรเทียบได้ คุณแม่ทุกท่านจึงต้องเลือกและหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยเสมอ และ “น้ำนมแม่” คือหนึ่งในอาหารที่มีคุณค่ามากที่สุด และดีที่สุดต่อลูกน้อย เป็นอาหารที่ไม่ต้องไปซื้อหาที่ไหน  ด้วยเพราะน้ำนมนั้นกลั่นมาจากอกจากธรรมชาติในร่างกายแม่ที่มุ่งมั่นตั้งใจจะให้ลูกน้อยได้รับคุณค่าสารอาหารเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการอย่างครบถ้วน ซึ่งการให้นมแม่ได้ยาวนานที่สุด และเต็มที่ที่สุดแก่ลูกน้อย  นอกจากจะส่งผลดีเยี่ยมต่อพัฒนาการในทุกด้าน สร้างเสริมภูมิต้านทานทำให้ลูกกินนมแม่ไม่ป่วยง่าย ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากมาย รวมถึงการให้นมแม่ยังดีต่อสุขภาพแม่ในแง่มุมต่างๆ ทั้งการช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว มีส่วนช่วยคุมกำเนิดได้ในช่วงหนึ่ง  พร้อมกับทำให้สุขภาพและรูปร่างของคุณแม่กลับคืนมาหุ่นดีได้เร็วและง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นเพื่อให้ลูกน้อยได้รับพลังคุณค่าสารอาหารจากน้ำนมนมแม่ให้ยาวนานเต็มที่ คุณแม่ทุกท่านจึงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำสต๊อกน้ำนมสะสมไว้ให้ลูกมากๆ  และหลายๆ ท่านก็เป็นคุณแม่นักปั๊มได้สำเร็จ มีน้ำนมแม่ให้ลูกเต็มที่ เต็มตู้แช่  แต่ทว่าปัญหาที่คุณแม่กลับต้องพบเจอ คือ ลูกไม่กินนมสต๊อก ที่ทำไว้  จึงมีคำถามมากมายว่าทำไม? ลูกจึงไม่ยอมกิน เพราะเป็นนมแม่เหมือนกัน เราจึงชวนมาดูสาเหตุที่ลูกน้อยไม่ยอมกินนมสต๊อก พร้อมกับวิธีการฝึกลูกน้อยกินนมแม่จากสต๊อกว่าต้องทำอย่างไร เพื่อแก้ปัญหาให้สำเร็จ ให้ลูกน้อยกินนมได้แม่ยาวนาน ได้รับที่สุดของโภชนาการนมแม่นี้อย่างเต็มที่ไปจนโตค่ะ สาเหตุที่ ลูกไม่กินนมสต๊อก วิธีฝึกลูกน้อยกินนมสต๊อก เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาลูกน้อยไม่กินนมสต๊อก คุณแม่จะต้องเตรียมตัวหรือฝึกลูกน้อยให้กินนมแม่สต๊อกจากขวดล่วงหน้า และแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้ เมื่อคุณแม่รู้สาเหตุของการปฏิเสธนมสต๊อกของลูกแล้ว ก็สามารถแก้ไขและฝึกลูกได้ โดยขอเพียงหมั่นฝึกฝนตามวิธีการต่างๆ ที่แนะนำ พร้อมกับใช้ตัวช่วยต่างๆ เช่น เครื่องอุ่นนม จุกนมที่ดี  ร่วมกับการละลายนมสต๊อกที่ถูกต้อง และเทคนิคอื่นๆ โดยที่ไม่ให้ลูกกินนมอื่นๆ เด็ดขาด ก็มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะยอมกินนมแม่ที่สต๊อกไว้ได้ต่อเนื่อง  เติบโตแข็งแรงด้วยพลังคุณค่าจากน้ำนมแม่ยาวนานแน่นอนค่ะ

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid