คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่นโดนใจแม่ ปี 2024

คาร์ซีท ( Car Seat ) หนึ่งในอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ควรเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะในความเป็นจริง เราควรใช้คาร์ซีทตั้งแต่วันแรกที่พาลูกออกจากโรงพยาบาล เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง นอกจากนี้ร่างกายของเด็กในช่วงแรกเกิดก็ยังมีความบอบบางจึงต้องใส่ใจและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

คาร์ซีทก็มีหลากหลายแบบ หลายประเภท ( อ่านบทความประเภทของคาร์ซีท Click ) แต่วันนี้ที่อยากจะชวนพ่อแม่ทุกคนมาดูกันคือ คาร์ซีทแรกเกิดหมุนได้ 360 องศา ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในคาร์ซีที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งความปลอดภัย และมีความสะดวกสบายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก

4 เหตุผล ทำไมควรใช้คาร์ซีทหมุนได้

  1. ติดตั้งครั้งเดียวจบ ไม่ต้องติดตั้งใหม่ เพราะสามารถหมุนคาร์ซีท จากแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-Facing) สำหรับเด็กแรกเกิด มาเป็นแบบหันหน้าออกไปหน้ารถ (Forward-Facing) สำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป
  2. อุ้มลูกขึ้น-ลงรถได้สะดวกยิ่งขึ้น ป้องกันอันตรายจากศีรษะลูกกระแทกกับหลังคารถในขณะที่อุ้มลูกลงคาร์ซีทเข้ารถ
  3. สะดวกสบายสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องปวดหลัง เพราะจะทำให้คุณแม่ไม่ต้องเอี้ยวตัว หรือก้มตัวลงไปเยอะในขณะที่พาลูกเข้าคาร์ซีท
  4. ช่วยฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เพราะในกรณีที่ลูกตื่นหรือจังหวะรถหยุดติดไฟแดง คุณแม่ก็สามารถหันคาร์ซีทมานั่งเล่นกับลูก เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือให้นมได้อย่างสะดวก และทำใกล้ชิดกับลูกมากขึ้นขณะเดินทาง

คาร์ซีทหมุนได้ เลือกแบบไหนดี

  1. หมุนง่ายแค่ไหน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่อยากจะเน้นย้ำให้พ่อแม่ทุกคนตรวจสอบ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะควรคำนึงถึงการใช้งานจริง ว่าระบบการหมุนมีความซับซ้อน หลายขั้นตอนแค่ไหน และหมุนได้ง่ายแค่ไหน เพราะต่อให้คาร์ซีทหมุนได้แต่หมุนยาก ซับซ้อน ก็ไม่สะดวกต่อการใช้งานจริง พ่อแม่ทุกคนควรเลือกที่ใช้งานได้ง่ายจะดีที่สุด
  2. เบาะควรปรับได้ ควรดูว่าคาร์ซีทนั้นมีการปรับเอนหรือเพิ่มความสูง-ต่ำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเราต้องคอยปรับให้เข้ากับสรีระของลูกที่โตขึ้นทุกวัน และช่วงแรกเกิดเด็กต้องการการพักผ่อนมากที่สุด ซึ่งก็ควรปรับเอนได้มากที่สุดเท่าที่มากได้ หรือไม่ควรต่ำกว่า 135 องศา ที่อยู่ในช่วงองศาการนอนที่ปลอดภัยของเด็กแรกเกิด
  3. การระบายอากาศ อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นคาร์ซีทหมุนได้หรือหมุนไม่ได้ เพราะถ้าหากใช้กับเด็กแรกเกิดแล้ว เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเด็กแรกเกิดร่างกายยังควบคุมอุณหภูมิไม่ไม่ดี ทารกจึงเหงื่ออกตามหลังและคอมากเป็นพิเศษ การระบายอากาศที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคาร์ซีทแรกเกิด
  4. การติดตั้ง ควรเลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับการติดตั้งของตัวรถที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งปัจจุบันคาร์ซีทมีให้เลือกอยู่ 2 แบบ คือ
    • การติดตั้งด้วยระบบ Belt หรือการติดตั้งด้วยระบบสายเข็มขัดนิรภัยของตัวรถ คาร์ซีทที่ติดตั้งแบบนี้ ข้อดีคือ จะทำให้สามารถติดตั้งได้กับรถทุกรุ่น ไม่ต้องกลัวว่ารถที่มีอยู่จะติดได้หรือไม่ได้ บ้านไหนที่มีรถหลายคัน แต่มีคาร์ซีทแค่ตัวเดียว การติดตั้งแบบ Belt ก็จะสะดวก เพราะไม่ต้องกลัวว่ารถคันไหนจะติดได้ไหม แต่ข้อเสียคือ ขั้นตอนติดตั้งมีหลายขั้นตอน ต้องมีการศึกษาและเข้าใจ เพื่อที่จะติดตั้งได้ถูกต้องและปลอดภัย
    • การติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX คือระบบการติดตั้งคาร์ซีทแบบใหม่ตามมาตรฐานสากล มีลักษณะการติดตั้งแบบการยึดติดคาร์ซีทกับตัวรถยนต์ด้วยตัวยึดแท่งเหล็กที่มีความแข็งแรง ข้อดีคือ เพิ่มความสะดวกในการติดตั้งคาร์ซีท ไม่ซับซ้อนหลายขั้นตอน ในปัจจุบัน รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จะมีการติดตั้งแบบ ISOFIX ให้มาด้วย
  5. การรับประกัน นอกจากจะซื้อคาร์ซีทจากแหล่งที่เชื่อถือได้แล้ว คาร์ซีทนั้นควรมีการรับประกันจากบริษัทด้วย หากมีการชำรุด ก็สามารถส่งซ่อมหรือมีอะไหล่ให้เปลี่ยน ปัจจุบันนอกจากการรับประกันสินค้าแล้ว บางรุ่นยังมีการรับประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย เพราะคาร์ซีทที่ผ่านอุบัติเหตุรุนแรกมาแล้วจะมีความปลอดภัยลดลง ควรเปลี่ยนใหม่ทันที
  6. ตราสัญลักษณ์รับรองความปลอดภัยต้องมี  หลังจากมีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทในประเทศไทย จะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้นคาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐานของยุโรป จะมีสัญลักษณ์มาตรฐาน ECE R44/04 และ ECE R129 (i-SIZE) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด 

การใช้คาร์ซีทให้ปลอดภัย

  1. ไม่ควรใช้คาร์ซีทมือสอง เพราะคาร์ซีทมือสองที่ผ่านการใช้งาน วัสดุจะมีการเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะคาร์ซีทที่เราไม่ทราบประวัติการใช้งานที่แท้จริง ว่าเคยผ่านอุบัติเหตุมาก่อนหรือไม่ เพราะสภาพภายนอกอาจจะดูสมบูรณ์และชิ้นส่วนที่มีผลต่อความปลอดภัย อาจมีการแตกหัก หรือเปราะบางจะไม่สามารถปกป้องลูกน้อยเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้
  2. ควรให้เด็กแรกเกิดนั่งคาร์ซีทหันหน้าเข้าหาเบาะ จนถึงอายุ 2 ปี หรืออย่างน้อย 1 ปี เพราะการนั่งเข้าหาเบาะจะช่วยปกป้องคอและหลังของเด็กที่บอบบางได้เป็นอย่างดี
  3. การใช้คาร์ซีทควรติดเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ทุกครั้งและควรปรับสายเข็มขัดให้ไม่หลวม ไม่ตึงจนเกินไป ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเด็กได้
  4. การใช้คาร์ซีทเด็กแรกเกิดควรเลือกคาร์ซีทที่มีหมอน Support สำหรับเด็กแรกเกิด เพราะร่างกายของเด็กช่วงแรกเกิดยังบอบบาง ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ
  5. เมื่อเด็กโตขึ้น มีขนาดตัวที่เพิ่มขึ้น เบาะ Support ต่างๆของคาร์ซีท ควรถอดออกตามอายุหรือในคู่มือกำหนด เพื่อทำให้เด็กนั่งคาร์ซีทได้อย่างสะดวกสบาย และปลอดภัย

คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่น น่าใช้ โดนใจแม่ ประจำปี 2024

Ailebebe รุ่น Kurutto R The First

ุดเด่น 

  • หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
  • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. ปกป้องทารกได้ปลอดภัยสูง 
  • ผ้า AG Pure ต้านแบคทีเรีย 99% อ่อนโยนต่อทารก 
  • ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น 
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก 
  • ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี 
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น 

Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance 

ุดเด่น 

  • หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
  • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. ปกป้องทารกได้ปลอดภัยสูง 
  • ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น 
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
  • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก 
  • ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี 
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Ailebebe รุ่น Kurutto 6i Premium

จุดเด่น 

  • หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป ECE R44/04
  • ซัพพอร์ตหนานุ่ม 50 mm. ปกป้องศีรษะทารกได้อย่างปลอดภัย 
  • ผ้า Mesh เรียบนุ่ม ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือ น้ำหนัก 0-18 กก. 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น 

Aprica รุ่น Fladea Grow 360 Premium 

คาร์ซีทโด่งดังจากญี่ปุ่น เด่นเรื่องการปรับนอนราบได้เลย ถึง 170 องศา คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเดินทางไกล เดินทางบ่อย รุ่นนี้ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว เพราะเป็นคาร์ซีทที่ทำให้เด็กแรกเกิดนอนสบายมาก อีกทั้งฟังก์ชั่นต่าง ๆ ออกแบบโดยกุมารแพทย์ เชื่อถือได้เลยว่านั่งสบายและปลอดภัยสุด ๆ ด้วย 

จุดเด่น 

  • หมุนได้ 360 องศา ล็อค 4 ทิศทาง ปลอดภัย พาลูกขึ้น-ลงรถได้อย่างสะดวก 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
  • ปรับคาร์ซีทให้นอนราบได้ ถึง 170 องศา ให้เด็กนอนพักผ่อนได้สบายกว่า 
  • เด็กคลอดก่อนกำหนดใช้ได้อย่างปลอดภัย การนอนราบทำให้หายใจสะดวกมากขึ้น
  • มี Support สำหรับเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ ปกป้องร่างกายบอบบางของทารกแรกเกิดได้ดี 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น 

Renolux รุ่น Gaia

จุดเด่น 

  • หมุนง่ายได้ถึง 360° สะดวก ช่วยอุ้มลูกเข้าหรือออกคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจาก ADAC เยอรมัน และ TCS สวิตเซอร์แลนด์ 
  • เทคโนโลยี Softness Cushion ใช้โครงเหล็กทั้งตัว ฉีดหุ้มด้วยโฟมพิเศษ ทำให้เบาะนุ่มพิเศษ นั่งสบายเหมือนโซฟา 
  • ปรับเลื่อนระดับเพิ่มพื้นที่วางขาได้ ให้ลูกนั่งหันหน้าเขาเบาะได้นานที่สุด 4 ปี หรือส่วนสูง 105 cm.
  • ผ้า Cool Soft สัมผัสเย็น ทักถอพิเศษแบบ Topstiches นั่งแล้วไม่เกิดการกดทับ 
  • มี Side Protection ป้องกันการชนด้านข้าง รองรับแรงกระแทกได้ดี 

การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-105 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี 

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศฝรั่งเศส 

KINDERKRAFT รุ่น I-360​

จุดเด่น 

  • คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่ม
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
  • ติดตั้งง่ายด้วยระบบ ISOFIX และ Support leg
  • ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้ง หันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)​
  • Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะและลำคอทารกแรกเกิดได้อย่างแน่นหนา
  • Side Protect เสริมการ์ดด้านข้าง ป้องกันการกระแทกได้อย่างปลอดภัย​
  • ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.​
  • ปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.​

การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.​

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศอเยอรมันนี

KINDERKRAFT รุ่น I-GROW​

จุดเด่น

  • ​คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่มก็หมุนง่าย
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
  • ติดตั้งปลอดภัยสูง ด้วยระบบ ISOFIX และ TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์
  • ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้ง หันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)​
  • โครงคาร์ซีทใหญ่ แข็งแรง แตกหักยาก ดูดซับรงกระแทกได้ดี​
  • ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.​
  • ปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.​

การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.​

การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX 

แบรนด์ : ประเทศเยอรมันนี

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

อาการทารกท้องอืด เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อยู่เสมอ เพราะเมื่อเจ้าตัวเล็กอึดอัดแน่นท้อง พวกเขายังไม่สามารถสื่อสารบอกเราได้นอกจากส่งเสียงร้องไห้จ้า บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสาเหตุของอาการเด็กทารกท้องอืด พร้อมแนะแนวทางป้องกันและวิธีรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยกลับมาสบายตัวและอารมณ์ดีอีกครั้ง สาเหตุที่ทำให้ทารกท้องอืด การทำความเข้าใจต้นเหตุของอาการทารกท้องอืดจะช่วยให้เรารับมือได้ตรงจุด ซึ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยในเด็กวัยแรกเกิดมีดังนี้ ระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ ในช่วงขวบปีแรก ระบบทางเดินอาหารของเจ้าตัวเล็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ เอนไซม์ที่ใช้ย่อยโปรตีนหรือน้ำตาลแลคโตสในนมอาจยังมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดการหมักหมมจนกลายเป็นแก๊สสะสม และนำไปสู่ภาวะทารกท้องอืดได้ง่าย ทานนมปริมาณมากเกินไป การให้ลูกทานนมในปริมาณที่มากเกินความต้องการของกระเพาะอาหาร (Overfeeding) หรือให้ทานถี่เกินไป ทำให้นมย่อยไม่ทันจนเกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด และมีลมในกระเพาะอาหารสูงกว่าปกติ ดูดกลืนลมเข้าไปในท้อง ขณะที่ลูกดูดนมไม่ว่าจะจากเต้าแม่หรือขวดนม หากท่าทางไม่ถูกต้องหรือลูกร้องไห้หนักขณะหิว จะทำให้มีการดูดกลืนอากาศเข้าไปในท้องพร้อมกับน้ำนม ลมเหล่านี้จะสะสมจนทำให้เด็กทารกท้องอืด และรู้สึกอึดอัดมาก เด็กไม่ได้เรอ หลังทานนมเสร็จ หากคุณแม่ไม่ได้ช่วยจับลูกเรอเพื่อขับลมออก แก๊สที่สะสมอยู่ภายในจะดันขึ้นมาจนทำให้เกิดอาการปวดท้อง ลมตีขึ้น หรือแหวะนม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการทารกท้องอืดที่พบได้บ่อยที่สุด ทารกท้องอืดอาการเป็นอย่างไร เนื่องจากลูกสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนอาการทารกท้องอืด ดังนี้ ร้องไห้งอแง ลูกจะร้องไห้โยเยเสียงดังผิดปกติ ดูไม่สบายตัว และปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุด โดยเฉพาะหลังทานนมเสร็จไม่นาน ปวดท้อง หากลองคลำที่หน้าท้องลูกแล้วรู้สึกว่าท้องป่อง แข็ง หรือดูแน่นกว่าปกติ นั่นคือสัญญาณของภาวะมีลมในท้องมากจนทำให้ลูกปวดท้อง ไม่ยอมนอน ลูกจะกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา นอนหลับยาก หรือสะดุ้งตื่นมาร้องไห้บ่อยครั้งเพราะความอึดอัดจากแก๊สที่ดันอยู่ในท้อง […]

ไม่ว่าแม่ท้องท่านไหนก็ไม่มีใครอยากจะอยู่ในภาวะครรภ์เสี่ยงกันทั้งนั้นแหละใช่มั้ยคะ คุณแม่บางท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องภาวะครรภ์เสี่ยงมาบ้างแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการแบบไหนกันแน่ วันนี้เราจะนำเรื่องเกี่ยวกับภาวะครรภ์เสี่ยงมาฝากคุณแม่กันค่ะ ภาวะครรภ์เสี่ยงก็คือการตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบทั้งต่อตัวคุณแม่เองและลูกในท้อง ซึ่งภาวะนี้อาจทำให้ลูกเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่คลอด ในขณะคลอด หรือหลังคลอดได้ค่ะ ภาวะครรภ์เสี่ยงมักจะเกิดกับคุณแม่ที่เคยแท้งมาก่อน หรือเคยคลอดก่อนกำหนด คุณแม่ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ หรือตั้งครรภ์ในขณะที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี หรือมากกว่า 40 ปี นอกจากนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากเนื้องอกในมดลูก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงที่คุณแม่ท้อง การท้องลูกแฝดหรือแม้แต่การที่ลูกในท้องอยู่ในท่าที่ไม่ปกติ มีข้อไหนที่ตรงกับคุณแม่บ้างมั้ยคะ ถ้ามีคุณแม่รีบปรึกษาคุณหมอแล้วก็เข้ารับการตรวจตามกำหนดและปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดนะคะ เพราะคุณแม่ที่มีภาวะเสี่ยงจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วก็คุณแม่จะต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างน้อยหนึ่งอย่างโดยคุณหมอตามด้านล่างนี้ด้วยค่ะ การตรวจประเมินภาวะครรภ์เสี่ยงโดยคุณหมอ 1. อัลตราซาวด์ (Ultrasound) การตรวจแบบอัลตราซาวด์ก็คือการตรวจโดยใช้คลื่นความถี่สูงเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของรกหรือของลูกน้อยในท้องค่ะ นอกจากนี้ การตรวจอัลตราซาวด์ยังสามารถบอกปริมาณน้ำคร่ำ รูปร่างของมดลูกและอัตราการเต้นของหัวใจทารกได้ด้วยนะ 2. การตรวจกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์  กลุ่มอาการดาวน์ก็คือดาวน์ซินโดรมที่เราเรียกกันโดยทั่วไปนี่แหละค่ะ สำหรับการตรวจหากลุ่มดาวน์นี้จะสามารถทำได้หลายวิธี เช่น 3. การเจาะน้ำคร่ำ การตรวจโดยเจาะน้ำคร่ำนี้จะทำเมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ระหว่าง 18-20 สัปดาห์ค่ะ เอาตรงๆ การเจาะน้ำคร่ำนี่เจ็บมาก แต่ก็ต้องทนอ่ะเนอะเพื่อความปลอดภัยของลูกเรา คุณหมอจะเจาะน้ำคร่ำเพื่อนำเซลล์ของลูกมาใช้ตรวจวิเคราะห์หาโรคและความผิดปกติต่างๆ เช่นพวกโรคธาลัสซีเมีย โครโมโซมผิดปกติ หรือโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ ค่ะ 4. การตรวจอื่นๆ ตามความเห็นของแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น การเจาะเลือดจากสายสะดือ การตรวจการทำงานของหัวใจทารกในครรภ์ (Non-Stress […]

คุณแม่มือใหม่มักจะชอบถามว่า “ฝากท้องเมื่อไหร่ดี” คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ตอนนี้เลยค่ะ! คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องนะคะ เนื่องจากระยะเวลาตลอด 40 สัปดาห์ที่ตั้งครรภ์นั้นถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะเวลาฝากครรภ์คุณแม่จะได้ยาบำรุงมาทานด้วย แถมยังได้รับการดูแลดีๆ จากคุณหมออีกต่างหาก เจอคุณหมอบ่อยๆ จะได้อุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเวลาเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเราด้วย เวลาไปฝากครรภ์คุณหมอคุณพยาบาลจะถามอะไรบ้างนะ? เวลาไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอและคุณพยาบาลจะถามคำถามเหล่านี้กับคุณแม่ค่ะ ตื่นเต้นจัง จะต้องตรวจอะไรบ้างนะ? ประโยชน์ของการฝากครรภ์มีอะไรบ้างนะ? นอกจากนี้ การพบคุณหมอทุกๆ เดือนก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอุ่นใจและได้รับการแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละไตรมาสอีกด้วยค่ะ เวลาไปฝากครรภ์จะเตรียมเงินไปเท่าไหร่ดี ค่าใช้จ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลเลยค่ะ หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล คุณแม่อาจใช้สิทธิ 30 บาทในการฝากครรภ์ได้ ส่วนถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน การฝากครรภ์แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย มากน้อยขึ้นอยู่กับการตรวจรักษาในวันนั้นค่ะ หรือบางโรงพยาบาลอาจมีแพ็กเกจการฝากครรภ์แบบเหมาจ่ายด้วยนะ ฝากครรภ์ที่ไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลย คุณแม่สามารถไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็ได้นะ โดยโรงพยาบาลหรือคลินิกนี้ควรจะอยู่ใกล้บ้านหรือเดินทางได้สะดวก เพราะเมื่อคุณแม่เริ่มท้องแก่แล้วอาจมีปัญหาในการเดินทางได้ค่ะ สถานที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลที่คลอดไม่จำเป็นต้องเป็นที่่เดียวกันก็ได้นะคะ การฝากครรภ์นั้นไม่มีคำว่าเร็วเกินไป แต่หากคุณแม่ประวิงเวลาไม่ยอมไปฝากครรภ์หรือไปไม่ตรงตามที่คุณหมอนัดแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ได้แน่นอนเลยล่ะ

ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ เชื้อไวรัสโคโรน่า มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง คนเป็นเพิ่มขึ้นวันละ 30 กว่าคนทุกวัน ลักษณะการแพร่ระบาดอยู่ในระยะที่ 2 และคนส่วนใหญ่ก็เพียงแค่ตามหาหน้ากากอนามัยที่ตอนนี้ราคาแพงขึ้นเป็นเท่าตัว หรือแม้แต่เจลแอลกอฮอล์ที่มีการทำปลอมแปลงออกมาอีกมากมายเพราะหวังกอบโกยเงิน ในช่วงวิกฤต แบบนี้ แต่บริษัทประกันต่างๆ กลับออกกรมธรรม์ประกัน เชื้อไวรัสโคโรน่า เพื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ที่เกิดการติด เชื้อไวรัสโคโรน่า อย่างแท้จริง และทุกประกันก็ให้ความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เมื่อตรวจพบเจอโรค ก็จ่ายทันที (Update 15/03/63) สินทรัพย์ประกันภัย แผน4 ** นอกจากนี้ ยังได้รับความคุ้มครองเพิ่ม กรณีประสบอุบัติเหตุ หากเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพ จะได้รับเงินประกัน และค่าปลงศพ 2,000-8,000 บาท ตามข้อกำหนดของแต่ละกรมธรรม์ โดยเงื่อนไขสำหรับผู้เอาประกันภัย ต้องมีอายุระหว่าง 1-99 ปี แต่จะไม่คุ้มครองสภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-Existing Condition) ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต SCB แผน B – Covid 19 Plus แผน 3 สินมั่นคงประกันภัย ประกันภัยการติด เชื้อไวรัสโคโรน่า กรุงเทพประกันภัย ประกัน เชื้อไวรัสโคโรน่า วิริยะประกันภัย Covid Shield แผน […]

เมื่อเริ่มตังครรภ์ มีเจ้าตัวเล็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย คุณแม่ทุกคนก็ต้องตื่นเต้นอยากเจอหน้าลูกและสงสัยว่า พัฒนาการทารกในครรภ์ ไปถึงไหนแล้วใช่ไหมคะ เราจึงนำพัฒนาการของลูกน้อยตลอดเก้าเดือนที่อยู่ในท้องของคุณแม่มาให้ชมกัน เบบี้กิ๊ฟขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ทุกท่านด้วยนะคะ ลูกน้อยตัวโตแค่ไหนแล้ว เราลองเทียบกับผลไม้ให้ดูค่ะ พัฒนาการทารกในครรภ์ ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 1 พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 1 คุณแม่ส่วนใหญ่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก็เข้าเดือนที่สองไปแล้ว เพราะว่าในเดือนแรกนี้จะเป็นช่วงที่ไข่กับอสุจิเข้าผสมกัน มีการแบ่งเซลล์แล้วก็ฝังตัวของเอ็มบริโอ ซึ่งในระยะนี้เจ้าหนูน้อยก็จะเล็กจิ๋วมาก ๆ เลยล่ะค่ะ มีขนาดไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้นเอง ส่วนการพัฒนาหลัก ๆ ก็จะเป็นการพัฒนาในส่วนของรก เพื่อเตรียมพร้อมรอรับสารอาหารจากคุณแม่ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 2  พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 2 เดือนนี้แหละที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านจะเริ่มรู้ตัว มีอาการแพ้ท้อง แล้วก็ไปหาคุณหมอเพื่อการฝากครรภ์กันแล้ว ในช่วงเดือนนี้ลูกน้อยจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แต่ก็จะยังไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพัฒนาของระบบประสาท เนื้อเยื่อเส้นใยประสาท แล้วก็ไขสันหลัง คุณแม่สามารถทำอัลตราซาวด์เพื่อฟังเสียงหัวใจของลูกน้อยเต้นได้แล้วนะคะ พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 3 ทารกในครรภ์จะมีน้ำหนักประมาณ 28 กรัม และมีความยาวประมาณ 7.6 ซ.ม. แล้วค่ะ […]

ก่อนหน้านี้ก็เคยคิดว่าเรื่องพาหะธาลัสซีเมียนี่เป็นอะไรที่ไกลตัวมากๆ แต่พอตั้งท้องเท่านั้นแหละ การเป็นพาหะฯ นี่เรื่องใกล้ตัวสุดๆ แถมทำให้กังวลมากมายเลยล่ะค่ะ ถ้าคุณแม่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็แสดงว่าคุณแม่อาจจะกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันใช่มั้ย สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร วันนี้เราก็นำความรู้มาฝากกันค่ะ เคยได้ยินผ่านๆ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร? อันที่จริง การเป็นพาหะธาลัสซีเมียไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนไทยเลยนะ เพราะมีคนไทยตั้งกว่า 24 ล้านคนที่เป็นพาหะโรคนี้ เผลอๆ เวลาเดินตามถนนเราอาจจะเจอคนที่เป็นพาหะอยู่เต็มไปหมด แถมเรายังอาจจะเป็นด้วยก็ได้นะ คนที่เป็นพาหะของโรคนี้ง่ายๆ ก็คือ คนที่มีเชื้อธาลัสซีเมีย “แฝง” อยู่ในร่างกาย เพราะงั้นคนที่เป็นพาหะจะมีสุขภาพที่แข็งแรงปกติเหมือนคนทั่วไปนี่แหละ ไม่ได้ออกอาการอะไร แต่อาจจะเลือดจางนิดหน่อย โรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคที่ติดต่อได้ทางพันธุกรรม เพราะงั้น หากทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ ลูกที่คลอดออกมาก็สามารถเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ถึง 25% เลยนะ พูดง่ายๆ คือ พาหะก็เหมือนมีโรคอยู่ครึ่งนึง แม่มีครึ่ง พ่อมีครึ่ง พอมารวมกัน ลูกก็มีโอกาสที่จะได้รับโรคนี้ไปเต็มๆ เลยนั่นเอง แต่คุณแม่ก็อย่าเพิ่งกังวลเกินไปนะคะ เพราะหากคุณหมอตรวจพบว่าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะแล้ว ขั้นต่อไปคุณหมอจะดูว่าเป็นธาลัสซีเมียชนิดไหน เพราะถ้าเป็นคนละชนิดกัน ก็หายห่วง! พาหะธาลัสซีเมียมีกี่ชนิด แล้วต่างกันยังไง? พาหะธาลัสซีเมียมี 2 ชนิด ก็คือ อัลฟ่ากับเบตา อัลฟ่านี่จะค่อนข้างรุนแรง แต่มากน้อยก็แล้วแต่ยีนส์ที่แฝงอยู่นั่นแหละ ส่วนถ้าเป็นกลุ่มเบตาก็จะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid